:: อาหารลูกแมว ::
ควรให้ลูกแมวอยู่กินนมแม่ไปตลอดจนกว่าจะหย่านมไปเอง ไม่ควรให้ลูกแมวหย่านมเมื่ออายุต่ำกว่า 45 วัน เพราะจะทำให้สุขภาพของแมวไม่สมบูรณ์ในภายหลังได้ อย่างไรก็ตามหลังจากหย่านมยังเป็นอาหารที่สำคัญและจำเป็นต่อลูกแมวอยู่จนกว่าอาย
ุจะเลยเก้าเดือนไปแล้ว อาหารอย่างอื่นจึงจะสำคัญและจำเป็นกว่า แต่ควรให้แมวกินนมวันละครั้งหรือเป็นครั้งคราว และต้องคอยสังเกตว่าแมวมีอาการท้องร่วงท้องเสียจากการกินนมหรือไม่ ถ้ามีควรงด ลูกแมวอายุประมาณ 3 เดือนควรตั้งต้นให้กินอาหารเนื้อได้แล้ว แต่ควรเป็นเนื้อที่สับละเอียดและให้เพียงเล็กน้อย ลูกแมวอายุ 5 ถึง 7 อาทิตย์แล้วแม่แมวให้นมลูกควรจัดให้กินวันละ 4 มื้อ พออายุ 7 ถึง 12 อาทิตย์ลดลง
เหลือ 3 มื้อ ถ้าลูกแมวกำพร้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ยังไม่หย่านม ต้องการการดูแล
อย่างใกล้ชิด หากไม่สามารถนำไปให้กินนมแม่แมวตัวอื่นได้ก็ต้องชงนมให้กินแทนนมแม่ ซึ่งควรระวังเกี่ยวกับความสะอาดและคุณภาพของนมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจทำให้ลูกแมวเกิดติดเชื้อจากนมที่สกปรกนมบูด ทำให้ท้องร่วงถึงตายได้ นมที่ใช้เลี้ยงลูกแมวกำพร้าอาจใช้นมผงเลี้ยงทารก นมวัวสด หรือนมสดยู.เอช.ที
ผสมน้ำและวิตามิน นำมาอุ่นอุณหภูมิประมาณ 98-100 องศาฟาเรนไฮท์ หรือ อังพออุ่นมือจับได้กรอกใส่ขวดยางป้อนลูกแมว


:: อาหารแมวโต ::
ลูกแมวที่กำลังโตหรือหย่านมแล้วผู้เลี้ยงสามารถจัดอาหารให้กินน้อยลงได้
คือให้วันละ 3 มื้อเท่า ๆ กับคนและเมื่อโตเต็มที่เป็นแมวหนุ่มที่อาจลดจำนวนอาหาร
เหลือเพียง 2 มื้อ คือเช้าและเย็นก็พอ ที่สำคัญคือควรฝึกให้แมวกินอาหารเป็นเวลา ไม่ควรทิ้งอาหารไว้ในจานให้แมวกินตลอดทั้งวัน เพราะเป็นการเสียนิสัย อาหารอาจมีแมลงวันตอมนำเชื้อโรคมาให้ หรืออาหารบูดเสีย ทำให้แมวท้องร่วงได้


:: อาหารแมวท้อง ::
อาหารที่ใช้เลี้ยงแมวกำลังตั้งท้องนั้นจะต้องมีคุณภาพสูง โปรตีนมาก ไขมันน้อย
ขนาดและปริมาณที่ใช้ใน 5 ถึง 6 อาทิตย์แรกของการตั้งท้องพอ ๆ กับใช้เลี้ยงดูแมว
โตเต็มวัยประจำวัน แต่จะเพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้นตามน้ำหนักตัวแมวในระยะ
3 อาทิตย์สุดท้ายก่อนคลอด คือเพิ่มอาหารให้ปริมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ก่อนคลอด
1 ถึง 2 วัน   แม่แมวบางตัวมักไม่ค่อยกินอาหารหรือไม่กินเลยเพราะมัวตั้งหน้าตั้งตาหา
สถานท
ี\หรือกังวลอยู่กับลังคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่แมวสาวท้องแรกแต่ถือเป็นเรื่องปกติ หลังคลอดลูกแล้วก็จะกินอาหารเอง ข้อพึงระวังคืออย่าขุนจนแมวอ้วนเกินไปทำให้
คลอดลำบาก หรือคุมอาหารเสียจนผอมไปไม่มีแรงเบ่งในการคลอด
หลังจากคลอดแล้ว แม่แมวก็กลายเป็นแมวแม่ลูกอ่อน ซึ่งอาหารที่ใช้เลี้ยงแมวในช่วงนี้ไม่ได้ให้เฉพาะแต่แม่เท่านั้น มันต้องถ่ายทอดไปยังลูกแมวด้วยโดยการเปลี่ยนเป็นน้ำนม ฉะนั้นปริมาณอาหารที่แม่แมวกินจะต้องมีปริมาณเพียงพอเหมือนช่วงตั้งท้อง


:: อาหารแมวแก่ ::
แมวแก่แมวสูงอายุ ร่างกายย่อมต้องการพลังงานน้อยลงจึงไม่ต้องการอาหารมากนัก เพราะถ้ากินมากก็รังแต่ละทำให้มีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วนเกินไป ซึ่งควรให้อาหารน้อยลง โดยหลักการแล้วอาหารสำหรับแมวแก่ต้องย่อยง่าย วิตามิน เนื้อที่ไม่มีผังผืด อาหารที่ไม่มีไขมันหรือน้ำตาลที่จะทำให้อ้วน พวกแป้ง วิตามิน รวมทั้งแร่ธาตุต่าง ๆ เพื่อบำรุงร่างกายปริมาณที่ให้ก็ไม่ควรมากเกินไป เพราะแมววัยนี้แล้วไม่กกระฉับกระเฉง การวิ่งเล่นออกกำลังกายย่อมน้อยลงตามอายุ กินกินนอนนอนไม่ได้ใช้พลังงานมากนัก ระบบย่อยอาหารและขับถ่ายเริ่มย่อนประสิทธิภาพ ฉะนั้นอาหารที่กินเข้าไปมาก ๆ นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้วยังทำให้เกิดโทษ เช่น แน่นท้องและท้องอืดได้


:: ชนิดของอาหาร ::
การเลี้ยงแมวตามบ้านคนส่วนใหญ่ ซึ่งเจ้าของมีฐานะความเป็นอยู่แบบไทย ๆ
ทำให้แมวเป็นสัตว์ที่กินง่าย เจ้าของแมวส่วนมากมักเลี้ยงแมวด้วยอาหารในครัว
อาจเป็นปลาคลุกกับข้าว หรือไข่ต้มหรือน้ำแกงจืด ซึ่งแมวก็อยู่ได้ แต่ถ้าเลี้ยงกันดีเป็นพิเศษหรือเข้าอกเข้าใจแมว อาจมีการเสริมอาหารประเภทเนื้อ นม
เสริมให้กิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของที่มีฐานะดีหรือเลี้ยงแมวตามหลักการ อาหารการกินก็เปลี่ยนไปเป็นอาหารคุณภาพ ซึ่งก็เป็นผลดีแก่ตัวแมวและเจ้าของ
ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว สำหรับชนิดของอาหารแมวนั้น สามารถแบ่งออกได้ 3-4 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เราซื้อหามาปรุงเอง อาหารสำเร็จหรืออาหารสำเร็จรูป ซึ่งอาหารเหล่านี้ก็แตกต่างกันไปในแง่ของรสชาติ คุณภาพ ราคาและคุณค่าของอาหาร ผู้เลี้ยงสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม


:: อาหารปรุงเอง ::
การปรุงอาหารขึ้นเองสำหรับให้แมวกินตามบ้านเป็นเรื่องปกติสำหรับการเลี้ยว
แมวทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าต้องการให้อาหารถูกส่วนถูกกับความต้องการของแมวโดยซื้อ
มาปรุงให้ตามสุตรต้องเข้าใจถึงหลักโภชนาการมาก่อนจึงทำได้เพราะเป็นเรื่องที่
ค่อนข้างยุ่งยากและค่อนข้างละเอียดเราะต้องคำนวณทั้งอัตราส่วนและปริมาณของสารอาหาร
ที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของแมวในแต่ละวัย นอกจากนี้อาหารที่ปรุงเองก็ยังมีรสชาติ
ไม่แน่นอน เช่น เค็มหรือหวาน รสชาติอาจไม่ถูกปากแมว อาจจะมีไขมันมาก ถ้าใส่ข้าวมาก
ก็จะขาดวิตามิน ถ้าใส่เนื้อมากเกินไปก็จะได้รับโปรตีนเกินความจำเป็น ทำให้ย่อยยากกระเพาะ
ต้องทำงานหนัก สิ่งเหล่านี้ต้องคำนึง


:: อาหารสด ::
เป็นอาหารผสมเสร็จ มักพบในตู้แช่แข็งตามซุปเปอร์มาร์เก็ต อาหารสดผสมเสร็จน
ี้บางชนิดก็มีคุณค่าทางอาหารครบ แต่บางชนิดก็ไม่ครบ เวลาที่จะให้แมวต้อง
ปรุงให้สุกเสียก่อน ราคาจะถูกกว่าอาหารสำเร็จรูปชนิดอื่นเล็กน้อย แต่มีข้อเสียคือต้องเก็บไว้ในช่องแช่แข็งตลอดเวลาเพราะเป็นอาหารสด
จึงเสียง่าย ต้องซื้อบ่อย ๆ และนอกจากนี้อาหารผสมเสร็จ
ยังมีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าอาหารสำเร็จรูป


:: อาหารสำเร็จรูป ::
เป็นอาหารชาวเมืองที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายทั่วไปเหมาะสำหรับคนที่มีเงินแต่ไม่มีเวลา
เพราะสะดวกใช้ง่าย ประหยัดเวลา ทั่วไปแล้วก็เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน
ไม่ต้องกังวลเรื่องสัดส่วนอาหารเหมือนอาหารสด สะดวกอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา
จัดเตรียมอาหารให้แมวทุก ๆ วัน อาหารสำเร็จรูปมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบเป็นเม็ด
และแบบเปียก แบบเป็นเม็ดหรืออาหารแห้ง จะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมประกอบด้วยธาตุอาหาร
และวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ ที่แมวต้องการอย่างเหมาะสม ส่วนประกอบของอาหารเม็ดโดยมาก
ก็มาจากเนื้อสัตว์ เพียงแต่เอามาแปรรูปผ่านกระบวนการบดและอบแห้ง มีคุณค่าของโปรตีน
ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอัตราส่วนที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของแมว
ในการนำไปใช้สร้างความเจริญเติบโต นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนประกอบของไขมันที่ช่วยสร้างพลังงาน
และความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มีวิตามินที่ช่วยให้แมวมันมีขนยาวสวยได้ ที่พิเศษก็คือมีไฟเบอร์
ที่จะช่วยให้แมวท้องไม่ผูก อาหารแห้งสามารถซื้อเก็บไว้ได้คราวละมาก ๆ เพราะไม่บูดเสีย สามารถทิ้งไว้ให้แมวกินได้ตลอดทั้งวันเมื่อมีความจำเป็นต้องออกไปนอกบ้าน
นอกจากนี้อาหารแห้งยังมีประโยชน์ช่วยขัดฟันของแมวให้สะอาด เพราะเป็นเม็ดกรอบและการเคี้ยวอาหารแห้งก็เป็นการบริหารเหงือกให้แข็งแรงอีกด้วย
การให้แมวกินอาหารแห้ง ทางที่ดีควรหัดให้กินตั้งแต่เล็ก ๆ หลังอย่านมใหม่ ๆ หรือประมาณ 2 เดือน โดยผสมอาหารแห้งในน้ำนม เมื่อโตได้ประมาณ 3 เดือนจึงให้กินอาหารแห้งล้วนๆ เพียงอย่างเดียว แต่สำหรับแมวที่ไม่เคยกินอาหารแห้งมาก่อน การเปลี่ยนมาให้กินอาหารแห้งโดยฉับพลันทันทีทันใด
ก็ทำให้ท้องเสียได้ เพราะระบบย่อยของแมวนั้นอ่อนไหวและผิดปกติได้ง่ายมาก
ฉะนั้นอาจค่อย ๆ เปลี่ยนโดยเอาหารแห้งงคลุกผสมกับอาหารเดิมที่เคยกินที่ละน้อยก่อน หรืออาจผสมอาหารแห้งในน้ำนม หรือน้ำแกง เพื่อให้อาหารเม็ดนิ่มขึ้น เมื่อแมวเริ่มชินแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นอาหารแห้งเพียงอย่างเดียว ประการสุดท้ายสำหรับการเลี้ยงแมวด้วยอาหารแห้งก็คืออย่าลืมว่าอาหารแห้งนั้น
มีน้ำเป็นส่วนประกอบไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์เท่านั้น เมื่อแมวกินอาหารแห้งจะกลืนไม่ค่อยสะดวกทำให้คอแห้งหิวน้ำ ดังนั้นควรจะมีถ้วยใส่น้ำสะอาดตั้งไว้ข้างชามอาหารเพื่อให้แมวกินได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
สำหรับอาหารสำเร็จรูปอีกชนิดหนึ่งที่จะขอกล่าวคือ อาหารเปียกหรือที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า
อาหารกระป๋อง แมวมักจะชอบอาหารเปียกมากกว่าอาหารแห้ง เพราะอาหารเปียกมีลักษณะใกล้เคียง
กับอาหารที่เราปรุงเอง คือมีความเป็นน้ำและเนื้อนุ่ม แมวชอบกินของดิบ เนื้อปลาและอาหารทะเล
เช่น กุ้ง ปู หอย แต่อาหารทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นปลา เนื้อ เครื่องในสัตว์ควรทำให้สุกก่อน
เพื่อป้องกันโรคพยาธิ ส่วนปลาควรแกะก้างออกเพราะก้างปลาอาจจะเข้าไปตำเหงือกติดคอแมวได้
กระดูกที่แตกหักง่ายเช่น กระดูกไก่ ไม่ควรให้แมวแทะกิน ข้าวที่ใช้คลุกกับอาหารอื่น ๆ
ควรเป็นข้าวสวยและร่วนกำลังดี แมวไม่ชอบข้าวแฉะเพราะมักติดเหงือกติดฟันทำให้กินยาก
การคลุกข้าวกับอาหารอื่น เช่น เนื้อ ปลาและไข่ ก็ควรผสมให้เข้ากันดีมิฉะนั้นแมวจะเลือกกิน
เฉพาะเนื้อหรือปลาเท่านั้น อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงก็คืออาหารที่มันและเค็มจัด ซึ่งจะทำให้แมวท้องเสีย
 นอกจากนี้อาหารที่ให้แมวกินควรอุ่น ๆ เพราะแมวไม่ชอบอาหารที่เย็น ชาวไทยเรานิยมให้อาหารแมววันละ 2 มื้อเช้าเย็นได้ผลดีกว่าการให้มื้อเดียว เพราะการให้เพียงมื้อเดียวแมวจะกินจนเต็มกระเพาะ
มีผลทำให้อาเจียน อาหารที่ใช้เลี้ยงแบบชาวบ้านทั่ว ๆ ไป ส่วนมากเลี้ยงด้วยปลาย่างหรือปลาสุกคลุกกับข้าวร่วน ๆ จะใช้ปลาอะไรก็ได้ที่ราคาไม่แพงนัก แต่ถ้าจะเลี้ยงให้แมวมีสุขภาพสมบูรณ์ไม่อ่อนแอขี้โรคก็ควรเพิ่ม เนื้อ นม ไข่ ลงไปด้วย การให้อาหารปลาเป็นประจำอาจทำให้แมวเกิดนิ่วที่ระบบปัสสาวะ
สลับกับกุ้ง ปู เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เพื่อป้องการการเพื่ออาหาร สำหรับเนื้อก็ไม่จำเป็นต้องให้เนื้อดีนัก
ซื้อเนื้อราคาถูก ๆ ที่บดเสร็จแล้วจะสะดวกที่สุด ก่อนผสมกับข้าวควรลวกด้วยน้ำร้อนจัด ๆ สักครู่
ถ้าเป็นไข่ต้มให้กินมื้อละครึ่งฟองก็พอ แมวแต่ละตัวกินอาหารไม่เท่ากัน ผู้เลี้ยงควรสังเกตนิสัย
การกินของแมวเป็นรายตัวไป ตัวไหนกินจุก็ให้มากกว่าตัวอื่น แต่ไม่ควรให้แมวกินอิ่มจนเกินไป
เพราะจะทำให้กระเพาะทำงานหนัก อาหารไม่ย่อย การอยากกินอาหารของแมวขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม
ในขณะนั้นด้วย โดยเฉพาะแสงสว่างและเสียงอึกทึกมากหรือน้อย มีคนอยู่ด้วยหรือไม่
จานใส่อาหารสะอาดหรือสกปรก มีแมวตัวอื่นอยู่ด้วยหรือไม่ และชนิดของอาหารที่ชอบ
ถ้าจะมีแมวบางตัวเกิดมีนิสัยพิถีพิถันหรือนัยหนึ่งจู้จี้จุกจิก จะดมหรือตรวจดูอาหารอย่างพินิจพิเคราะห
์ถ้าหากเป็นอาหารแปลกหรือยู่ในข้อสงสัย ในขณะเดียวกันนั้นก็กินอย่างตะกละมูมมาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นอาหารที่อร่อยและเคยกินอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับแมว


:: น้ำ ::
แมวที่มีสุขภาพดีแข็งแรงจะกินน้อยกว่าสุนัขมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะแมวมีกำเนิดมาจากทะเลทราย แมวบางตัวอาจไม่กินอาหารหรือน้ำได้นานนับเดือนได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ทางที่ดีแล้วเจ้าของ
ควรจัดหาน้ำสะอาดทิ้งไว้ให้แมวกินได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าเลี้ยงแมวด้วยอาหารแห้ง รวมทั้งภาชนะที่ใส่อาหารต้องได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำด้วย


:: อาหารโปรตีนที่ชาวไทยเรานิยมใช้เลี้ยงแมว มีดังต่อไปนี้ ::
เนื้อปลาทู โปรตีน 20% เนื้อกระบือ โปรตีน 19.6% เนื้อโค โปรตีน 18.8% เนื้อหมู
โปรตีน 14.1% เนื้อไก่ โปรตีน 18% เนื้อเป็ด โปรตีน 16% เนื้อห่าน โปรตีน 16.4%
เนื้อกุ้ง โปรตีน 20.8% เนื้อปู โปรตีน 17.2%


:: ตารางการให้อาหารและสูตรอาหารบางสูตรที่สะดวกและง่ายต่อการเตรียมให้แมวกิน ::
มื้อเช้า เนื้อวัวสับละเอียดคลุกกับข้าวให้กิน ผสมอาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุ นมสดกระป๋อง
ผสมน้ำอุ่น 1 เท่าตัว หรือนมผงละลายน้ำให้กินตามความพอใจ
มื้อกลางวัน ข้าวคลุกปลาหรือเนื้อ
มื้อเย็น ปลาต้มหรือปลากระป๋อง หรือตับลวกน้ำร้อนสับละเอียดหรือไข่ลวกให้ไข่ขาว สุก
แต่ไม่แข็ง 1 ฟอง (ให้ทุกวันหรืออาทิตย์ละ 2 ครั้ง สำหรับลูกแมวอาจให้ไข่นกกระทาเพราะฟองเล็ก)
คลุกข้าวผสมอาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุ